การฝึกบินกับเครื่องบิน Gripen ณ ราชอาณาจักรสวีเดน
ตามโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบ Gripen 39 C/D กองทัพอากาศจัดส่งนักบินจำนวน ๑๐ คนเข้ารับการฝึกในหลักสูตรครูการบินและนักบินกับเครื่องบิน Gripen ณ ราชอาณาจักรสวีเดน ขณะนี้ นักบินชุดแรก จำนวน ๔ คนได้เดินทางไปเข้ารับการฝึกบินในหลักสูตรครูการบินกับเครื่องบิน Gripen แล้ว ณ Gripen Center, F7 Skaraborg Wing เมือง Såtenäs ราชอาณาจักรสวีเดน โดยเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓ ทีมนักบิน Gripen ชุดแรก ขอเรียนให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบถึงขั้นตอนการคัดเลือกนักบิน ชีวิตความเป็นอยู่ และการฝึกบิน ณ ราชอาณาจักรสวีเดน รวมถึงขีดความสามารถและสมรรถนะของเขี้ยวเล็บใหม่ล่าสุดของกองทัพอากาศ
แนวทางการคัดเลือกนักบิน Gripen 39 C/D
กรมยุทธการทหารอากาศเป็นหน่วยงานหลักในฐานะหัวหน้าสายวิทยาการนักบิน ในการพิจารณาคัดเลือกนักบินทั้ง ๑๐ คน เพื่อเข้ารับการฝึกบินในหลักสูตรครูการบินและนักบิน Gripen ณ ราชอาณาจักรสวีเดน โดยได้เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๕๑ ครับ การกำหนดคุณสมบัตินั้น เป็นไปตามข้อตกลงการจัดซื้อ ฯ และนโยบายของ กองทัพอากาศ โดยเฉพาะในเรื่องของวุฒิการบิน (ครูการบินสำหรับผู้เข้ารับการฝึกในหลักสูตรครูการบิน และหัวหน้าหมู่บิน ๒ สำหรับผู้เข้ารับการฝึกในหลักสูตรนักบิน) ประสบการณ์การบิน (ขั้นต่ำ ๕๐๐ ชั่วโมงบินกับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง) ความสามารถและทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน รวมทั้งต้องผ่านการตรวจร่างกาย และการวัดขนาดรูปร่างตามมาตรฐานที่ทางสวีเดนกำหนดครับ ทั้งนี้ เพื่อให้การฝึกบินในทั้งสองหลักสูตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในระยะเวลาที่จำกัดครับ
ในขั้นต้น ฝูงบินขับไล่หลัก พิจารณาส่งรายชื่อนักบินในสังกัด เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักบิน Gripen 39 C/D โดยผู้สมัครทุกคนต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษ การตรวจร่างกายและการวัดขนาดรูปร่าง รวมทั้งการทดสอบจิตวิทยาการบิน โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยกรมยุทธการทหารอากาศจะนำผลคะแนนทั้งหมดมาประมวลผล เพื่อคัดเลือกกลุ่มนักบินที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต้น มาเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ ก่อนที่จะพิจารณาคัดเลือกนักบินทั้ง ๑๐ คนพร้อมสำรอง และสรุปผลนำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พิจารณาอนุมัติรายชื่อเป็นขั้นตอนสุดท้ายครับ
ความภาคภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกเป็นนักบิน Gripen 39 C/D
พวกเราที่ได้รับการคัดเลือกเป็นนักบิน Gripen 39 C/D ทุกคนมีความภาคภูมิใจครับ ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญยิ่งนี้ แต่ภายใต้ความภาคภูมิใจนี้ ทุกคนรับทราบถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับการได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย พวกเราทุกคนตระหนักดีว่าการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบ Gripen 39 C/D เข้าประจำการ เป็นหนึ่งในความพยายามหลักในการพัฒนาไปสู่การเป็นกองทัพอากาศคุณภาพ ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ขีดความสามารถ และคุณภาพของกำลังรบมากกว่าปริมาณ บนพื้นฐานแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations : NCO) ตามวิสัยทัศน์ “กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค (One of the Best Air Forces in ASEAN) ซึ่งจะส่งผลให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันประเทศ การรักษาเอกราชอธิปไตย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ที่อยู่ในความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การเข้ารับการฝึกในทั้งสองหลักสูตร นักบินทั้ง ๑๐ คนต้องเก็บเกี่ยวความรู้ และประสบการณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องมาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการใช้งานเครื่องบิน การฝึกนักบินพร้อมรบ การบินรักษาสภาพความพร้อมรบของนักบิน การใช้งาน Simulator เพื่อประกอบการฝึก การบริหารจัดการฝูงบินทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานยุทธการและการซ่อมบำรุง ฯลฯ
นอกจากนี้ ในโครงการจัดซื้อ ฯ กองทัพอากาศจะได้รับมอบยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีกำลังทางอากาศสมัยใหม่ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศ เช่น Tactical Data Link และ Digital Map Generation ซึ่งนักบินทั้ง ๑๐ คน ต้องทำความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องบิน Gripen 39 C/D ได้อย่างเต็มขีดความสามารถครับ

ชีวิตความเป็นอยู่และการฝึกอบรมตลอดช่วง ๓ สัปดาห์ที่สวีเดน
นับตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง (๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓) จนถึงปัจจุบัน (๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓) ยังไม่มีวันไหนเลยที่อุณหภูมิเป็นบวกครับ สภาพอากาศหนาวเย็นมาก ๆ อย่างไรก็ตาม อากาศที่หนาวเย็นถูกทดแทนด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครูการบินของฝูงบินที่พวกเราจะเข้าไปรับการฝึก และเจ้าหน้าที่ของกองบินทุกคนครับ ในวันแรกที่เดินทางมาถึง ผู้บังคับฝูงบิน ๓ (Gustav Gal) นาวาอากาศตรี Richard Carlqvist (นักบินที่ทำการบินให้ผู้บัญชาการทหารอากาศ เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางมาทดลองทำการบินกับเครื่องบิน Gripen ที่สวีเดน) และ Course Director มารอรับที่สนามบิน Gothenburg และเดินทางต่อไปยัง F7 Skaraborg Wing เมือง Såtenäs โดยรถยนต์อีกประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง เมื่อเดินทางถึงที่พัก สิ่งแรกที่ต้องทำคือ กวาดหิมะที่กอง ขวางประตูทางเข้าบ้าน ซึ่งทางนักบินที่ไปรับทั้งสองคนยังบอกติดตลกว่า เป็นการต้อนรับแบบสวีเดนที่ต้องกวาดหิมะกันอยู่ตลอดเวลาในช่วงหน้าหนาวครับ
ในสัปดาห์แรกที่เดินทางมาถึง กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการด้านธุรการ การแนะนำฝูงบิน แผนการฝึกอบรม การลองหมวกบิน Flight Suit, Flight Jacket, Anti-G Suit และอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากนี้ฝูงบินได้จัดกิจกรรมให้พวกผมทำร่วมกันกับครูการบินอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ไม่ว่าจะพาไปเล่น Snow Racing (เลื่อนหิมะลงตามเนินเขา) ไปชม Moose Museum เล่นกีฬา Floorball (คล้ายกับ Ice Hockey แต่เล่นในยิมเนเซียม) รวมทั้งทานอาหารเย็นแบบ Swedish (Smogarsbord) ร่วมกัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดี ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพวกผมกับครูการบินทุกคนในฝูงบิน มาอยู่ที่นี่ ๗ วัน รู้สึกได้เลยถึงความพร้อมในการจัดการฝึกอบรม การเตรียมการล่วงหน้าในการให้การต้อนรับ
ความจริงใจและความเป็นกันเองของเจ้าหน้าที่กองบินและฝูงบินทุกคนครับ



หลังจากสนุกสนานกันพอสมควรในสัปดาห์แรกการฝึกในสัปดาห์ที่สองมุ่งเน้นในการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นทำการฝึกบินกับเครื่องบิน Gripen ครับ โดยเริ่มต้นสัปดาห์กับการเข้าฝึกอบรม Parachute Landing Training และ Water Survival Training ที่ Aeromedical Center ของกองทัพสวีเดน เมือง Linköping ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมสำหรับผู้ทำการในอากาศ มีอุปกรณ์การฝึกหลายชนิด ทั้ง G-FET Training, Water Survival Training และ Altitude Chamber Training ครับ ในตอนแรก คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมากสำหรับการฝึกอบรมทั้ง Parachute Landing Training และ Water Survival Training แต่หลังจากฝึกอบรมเสร็จ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการฝึกอบรมที่เหนื่อยมากครับ การใส่ชุดบิน Gripen ลอยตัวอยู่ในน้ำประมาณ ๒ ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงแรกที่สมมุติสถานการณ์ให้ Life Jacket ไม่ทำงานโดยอัตโนมัติ ต้องเป่าลมเข้าไปเอง กินแรงไปเยอะมากครับ กว่าจะเป่าลมเข้าให้เต็ม แต่สุดท้าย ก็ผ่านไปได้ด้วยดี จากนั้นเป็นการฝึกลอยตัวในสถานการณ์ที่ทะเลมีคลื่นลมแรง และมีพายุฝนฟ้าคะนอง (ในสระน้ำที่เข้ารับการฝึก สามารถสร้างคลื่น และพายุฝนฟ้าคะนองได้ครับ) ซึ่งก็ไม่ยากอะไรมากนัก แล้วจึงมาฝึกการใช้ Life Raft ทั้งการปีนขึ้น Raft โดยใช้สองแขน และแขนเดียว (ในกรณีที่แขนหักจากการ Eject) การปฏิบัติตัวใน Raft เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานที่สุด รวมถึงการหนีออกจาก Raft ในกรณีที่ Raft พลิกคว่ำ สุดท้าย เป็นการฝึกจำลองสถานการณ์หลังจากการ Eject การปฏิบัติขณะที่ยังลอยอยู่ในอากาศ การเตรียมตัวก่อนลงน้ำ การปฏิบัติเมื่อลงน้ำ และการปฏิบัติเมื่อมี Search and Rescue Helicopter มารับครับ ซึ่งก็คือการนำความรู้ทั้งหมดที่ได้รับจากทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติมาใช้นั่นเองครับ




หลังจากเดินทางกลับมาที่ F7 จึงเริ่มทำการบินกับเครื่องบิน SK-60 ซึ่งเป็นเครื่องบินสำหรับฝึกศิษย์การบิน และเสริมสร้างประสบการณ์การบิน ก่อนขึ้นทำการเปลี่ยนแบบเพื่อทำการบินกับเครื่องบิน Gripen ต่อไปครับ โดยพวกผมได้ทำการบินกันคนละ ๔ เที่ยวบิน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการทำการบินในประเทศสวีเดน ทั้งในด้าน Training Airspace, Voice Communication, Local Area Procedures, Visual Approach, Precision Approach และ Met Report ในภาพรวมพบว่า การบินที่ประเทศสวีเดนมีความแตกต่างจากที่คุ้นเคยอยู่พอสมควร ทั้งในด้าน Unit ที่ใช้ (เมตร และ กิโลเมตร/ชั่วโมง) Traffic Landing Pattern, การบินกลับมาลงสนามในสภาพอากาศ ซึ่งไม่ใช้ Approach Chart แต่ใช้ Precision Approach หรือ Tactical Instrument Landing System (TILS) แทน ในส่วนของ Voice Communication และ Terminology มีความใกล้เคียงกันครับ
นอกเหนือจากการฝึกบินกับเครื่องบิน SK-60 พวกผมยังได้เริ่มทำการฝึกกับ Multi Mission Trainer (MMT) โดยมุ่งเน้นเกี่ยวกับการสร้างความคุ้นเคยกับ Cockpit และ Switchology, การปฏิบัติตาม Checklist สำหรับ Normal Procedures และ Data Input, การใช้งานข้อมูลใน HUD และ Display ต่างๆ, การวิ่งขึ้นและการกลับมาลงสนาม รวมทั้งการทำความเข้าใจกับ Aircraft Characteristics & Performances ครับ
นอกจากนี้ พวกผมยังมีโอกาสได้พบกับผู้บัญชาการทหารอากาศสวีเดน พลอากาศตรี Anders Silwer ซึ่งท่านเดินทางมาร่วมประชุมที่ F7 ครับ จึงมาตรวจเยี่ยมการฝึก ให้คำแนะนำและสอบถามถึงความเป็นอยู่
ซึ่งพวกผมได้ใช้โอกาสนี้ ขอบคุณถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น การเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านของทางฝูงบินและกองบิน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือ และการแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตที่สวีเดนของพวกผม เพื่อให้การฝึกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ


สำหรับในสัปดาห์ที่สาม การฝึกยังคงเน้นการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นทำการฝึกบินกับเครื่องบิน Gripen เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่สองครับ โดยเริ่มต้นสัปดาห์กับการฝึกแต่งตัวกับ Immersion Suit ซึ่งเป็นชุดยางกันน้ำเพื่อช่วยให้นักบินสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในกรณีที่ต้อง Eject และลงไปในน้ำที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า 12oC ครับ ซึ่งนักบินสวีเดนส่วนใหญ่จะใส่ Immersion Suit ทำการบินตลอดเวลา เนื่องจากมีความปลอดภัย แม้ว่าอาจจะร้อนหน่อยในช่วงหน้าร้อนครับ ซึ่งก่อนที่จะใส่ Immersion Suit ก็ต้องใส่ Undershirt และ Underpants ที่มีคุณสมบัติกันไฟไปชั้นหนึ่งก่อน หลังจากที่ใส่ Immersion Suit เสร็จ ก็จะใส่ Anti G-Suit และ Flight Jacket ทับไปครับ ก็คงเห็นกันตามภาพที่ส่งประกอบไปด้วย ว่าแต่ละคนดูค่อนข้างเหมือนนักบินอวกาศครับ ค่อนข้างยากที่จะเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนพอสมควรในช่วงแรก แต่ตอนนี้ คุ้นเคยกันแล้วครับ

หลังจากที่แต่งตัวกันเสร็จ ก็เป็นการฝึกในเรื่องของการตรวจเครื่องก่อนทำการบิน และการฝึก Strap-In ซึ่งในตอนแรกลำบากมาก เนื่องจาก Cockpit มีขนาดค่อนข้างเล็ก (แต่ Panels และ Pushbuttons ต่าง ๆ ถูกออกแบบมาอย่างดี ง่ายต่อการใช้งานครับ) เมื่อประกอบเข้ากับ Flight Gears ที่มีขนาดใหญ่ และยังไม่คุ้นเคย ทำให้การฝึก Strap-In ยากพอดูครับ เสียเหงื่อกันไปพอสมควร แม้ว่าอากาศจะค่อนข้างเย็น แต่นี่ยังไม่เหนื่อยที่สุดนะครับ สิ่งที่เล่นเอาทุกคนแย่กันไปเลยคือ การฝึก Ground Egress ครับ พวกผมทุกคนต้องฝึก Strap-In และทำ Ground Egress กันคนละ ๔ ครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศในที่ฝึกค่อนข้างร้อน ประกอบกับการแต่งชุดบิน Gripen เต็มรูปแบบ ทำให้เหงื่อออกมาก เมื่อฝึกเสร็จแล้ว กลับมาถอดชุดใน Locker Room พบว่า Undershirt และ Underpants ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ซึ่งตอนนี้ถึงเข้าใจแล้วครับว่า ทำไมในตู้ Locker ของแต่ละคน ต้องติดตั้ง Blower เพื่อใช้ในการเป่าให้ภายใน Immersion Suit แห้งครับ ซึ่งหลังจากผ่านการฝึก Ground Egress ไปเรียบร้อย ตอนนี้ทุกคนก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับแต่งชุดบิน Gripen และการ Strap-In แล้วครับ
ในช่วงกลางสัปดาห์ พวกผมทุกคนได้มีโอกาสทำการบินกับเครื่องบิน Gripen 39 B กันคนละ ๑ เที่ยวครับ (Back Seater)
พวกผมมีความเห็นตรงกันว่า Gripen เป็นเครื่องบินที่บินไม่ยากนัก ถูกออกแบบมาในลักษณะ Pilot’s Fighter นักบินสามารถบังคับและควบคุมท่าทางการบินได้โดยง่าย ด้วยระบบควบคุมการบิน แบบ Digital Fly-By-Wire ผ่าน Hands-On-Throttle-And-Stick (HOTAS) System Computer สามารถกำกับดูแลและควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ นักบินสามารถที่จะให้ความสนใจส่วนใหญ่ไปกับการใช้งานเรดาร์และระบบอาวุธ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของ 4.5th Generation Fighter ครับ
ในส่วนของระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี นักบินสามารถตีความหมายข้อมูลที่ได้รับจากเครื่องบินในหมู่บินและจาก Fighter Controller ได้ไม่ยากนัก ผ่านจอแสดงผล Multi-Function Display (MFD) และ Wide-Angle Head Up Display (HUD) ส่งผลให้นักบินมี Situation Awareness และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และทันต่อสถานการณ์
Flight Gears ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีครับ ความวุ่นวายและเวลาที่เสียไปกับการปรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ถูกต้อง เหมาะสมกับรูปร่างของเรา ความยากลำบากในการฝึกแต่งตัวและการฝึก Strap-In ถูกลืมไปโดยสิ้นเชิงเมื่อขึ้นทำการบิน เนื่องจาก Flight Gears ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม โอกาสที่นักบิน Gripen จะเกิด
G-LOC น้อยมากครับ
ในสัปดาห์ที่สามนี้ พวกผมยังได้เริ่มทำการฝึกบินกับ Full Mission Simulator (FMS) ซึ่งทุกคนทำได้เป็นอย่างดีครับ ครูการบินสวีเดนเองให้ความเชื่อมั่นว่า การฝึกอบรมไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากประสบการณ์ด้านการบิน ความคุ้นเคยกับการบิน High Performance Fighter และการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษของพวกผม ดีกว่ามาตรฐานที่ทางสวีเดน ตั้งไว้มากครับ


ในช่วงหลังจากนี้ไป การฝึกคงทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ภายในกลางเดือนเมษายนนี้ พวกผมทั้ง ๔ คน คงผ่านการบินปล่อยเดี่ยว (1st Solo) กับเครื่องบิน Gripen
39 A ครับ โดยพวกผมยังคงทำการบินกับเครื่องบิน Gripen 39 A/B จนกว่าจะเสร็จสิ้นการฝึก Conversion Training และ Initial Quick Reaction Alert (QRA)
แล้วจึงเปลี่ยนแบบไปทำการบินกับเครื่องบิน Gripen 39 C/D ใน Phase หลัง ๆ ซึ่งเป็นการฝึกในขั้นก้าวหน้า และการฝึกครูการบินครับ ทั้งนี้ การฝึกทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ และพวกผมจะเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อรอรับเครื่องบิน Gripen 39 C/D ๓ เครื่องแรก ที่จะส่งมอบให้กองทัพอากาศ ภายในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๔ ครับ


การพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศจากโครงการจัดซื้อเครื่องบิน Gripen 39 C/D
ในการดำเนินโครงการจัดซื้อ ฯ กองทัพอากาศจะได้รับมอบยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถสำคัญ ซึ่งรวมเรียกว่า ระบบป้องกันทางอากาศแบบบูรณาการ Gripen Integrated Air Defense System ดังนี้ครับ
๑. เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ Gripen 39 C/D ซึ่งมีความทันสมัย สามารถใช้งานระบบอาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำ พิสัยยิงไกล มีระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างเครื่องบินในหมู่บิน และระหว่างเครื่องบินกับหน่วยบัญชาการและควบคุม
๒. เครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศ SAAB 340 AEW ซึ่งสามารถตรวจจับเป้าหมาย และการเคลื่อนไหวของกำลังฝ่ายข้าศึกทั้งในอากาศและบนพื้นได้ในระยะไกล รวมทั้งส่งข้อมูลการตรวจจับเป้าหมายให้กับหน่วยบัญชาการและควบคุม

๓. ระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control : C2) ที่มีความทันสมัย สามารถรับข้อมูลการตรวจจับเป้าหมายและความเคลื่อนไหวของกำลังฝ่ายข้าศึกทั้งจากเครื่องบิน SAAB 340 AEW และระบบเรดาร์ภาคพื้นของกองทัพอากาศ เพื่อใช้ในการประมวลผลและสร้างภาพสถานการณ์การรบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนสามารถควบคุมและสั่งการ การปฏิบัติภารกิจของเครื่องบิน Gripen 39 C/D ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี
๔. ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างเครื่องบิน Gripen 39 C/D ในหมู่บิน (Tactical Information Data Link System : TIDLS) และระหว่างเครื่องบิน Gripen 39 C/D กับหน่วยบัญชาการและควบคุม (Ground-to-Air Data Link System : GADLS)
๕. ขีดความสามารถในการใช้ระบบอาวุธสมัยใหม่ ที่มีความแม่นยำสูง พิสัยยิงไกล ทั้งที่ผลิตจากประเทศสหรัฐ ฯ และที่ผลิตจากประเทศในสหภาพยุโรป

ยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถสำคัญเหล่านี้ จะเสริมขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันประเทศ การรักษาเอกราชอธิปไตย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ อ่าวไทย และทะเลอันดามันครับ นอกจากนี้ กองทัพอากาศจะสามารถต่อยอดและพัฒนาขีดความสามารถเหล่านี้ ให้ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการรอบประเทศ ผ่านการดำเนินโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องครับ




RTAF Gripen 39 C/D Instructor Pilot Training Batch 1
๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓
การตรวจเยี่ยมการฝึกอบรม ตามโครงการจัดซื้อ บ.Gripen 39 C/D
พล.อ.อ.ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง ผบ.คปอ.เป็นผู้แทน ผบ.ทอ.และคณะตรวจเยี่ยมการฝึกอบรม รวมจำนวน ๗ คน (จก.ยศ.ทอ., ปช.ทอ., จก.กง.ทอ.,ผอ.สำนักงบประมาณและผู้ติดตาม จำนวน ๒ คน) เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมของ นบ.และ จนท.สนับสนุนภาคพื้น ณ ราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่าง ๕-๑๐ พ.ค.๕๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบความก้าวหน้าในการผลิต บ.และอุปกรณ์ การฝึกอบรม นบ.และ จนท.สนับสนุน ฯ ตลอดจนรับทราบอุปสรรคและการแก้ไข รวมถึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ นบ.และจนท.ทอ.ที่กำลังรับการฝึกอบรม


นักบินของกองทัพอากาศ ผ่านการบินปล่อยเดี่ยวตามหลักสูตรครูการบิน
กับเครื่องบินขับไล่แบบ Gripen 39C/D โดยมี Major General Anders Silwer
ผู้บัญชาการทหารอากาศสวีเดน ร่วมแสดงความยินดี เมื่อ 22 เมษายน 2553
ณ ราชอาณาจักรสวีเดน
