hot issue

Login ใช้เมล์ทอ.

(ไม่ต้องใส่ @rtaf.mi.th)



สถิติผู้ใช้งาน

สมาชิก : 608
Content : 37
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 76957

ผู้ใช้งานในขณะนี้

เรามี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ความเป็นมาของโครงการ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 08 เมษายน 2010 เวลา 03:17 น.

 

การจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 C/D ของกองทัพอากาศ

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๗๗ 

        e0b8a3e0b8b1e0b890e0b898e0b8a3e0b8a3e0b8a1e0b899e0b8b9e0b88d1-300x225ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๗๗ รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ กองทัพอากาศจึงมีความจำเป็นต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จำเป็นและเพียงพอต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว

 

เหตุผลความจำเป็น  

        ปัจจุบัน ประเทศไทยต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความมั่นคงที่มีความซับซ้อน มีความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยภายนอกและภายในประเทศหลายมิติ ซึ่งอาจขยายขอบเขตไปสู่การปฏิบัติการทางทหารด้วยกำลังขนาดใหญ่ อาทิ ปัญหาชายแดนไทยด้านตะวันออกและด้านตะวันตก การรุกล้ำเขตแดน การแสวงประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณอ่าวไทย เป็นต้น ตลอดจนประเทศรอบบ้านมีการพัฒนากำลังทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่มีความทันสมัย มีสมรรถนะสูง และสามารถติดตั้งใช้งานระบบอาวุธสมัยใหม่ รวมทั้งมีระบบเชื่อมโยงข้อมูล (Data Link)

ensco_DataLink_Integrated_Solutions

เข้าประจำการ ทำให้เกิดศักยภาพในการป้องปราม มีความพร้อมในการเผชิญเหตุ และเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของกำลังทางอากาศ ดังนั้น กองทัพอากาศจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศ เพื่อให้มีศักยภาพทัดเทียมกับประเทศรอบบ้าน รวมทั้ง สามารถปฏิบัติภารกิจการป้องกันประเทศ  การรักษาเอกราชอธิปไตย การรักษาผลประโยชน์ของชาติ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        เนื่องจาก เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ F-5 B/E ฝูงบิน ๗๐๑ กองบิน ๗ ซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๑ ใช้งานมานานกว่า ๓๐ ปี ระบบอาวุธมีขีดความสามารถจำกัดไม่สามารถรองรับกับภัยคุกคามสมัยใหม่ และมีกำหนดปลดประจำการในปี พ.ศ.๒๕๕๔ กองทัพอากาศจึงจำเป็นต้องพิจารณาจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่ทันสมัยทดแทน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความมั่นคงด้านการป้องกันประเทศในส่วนที่กองทัพอากาศรับผิดชอบ ได้รับการประกัน

โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ก/ข (F-5B/E)

pic01

        กองทัพอากาศริเริ่มโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ก/ข หรือ F-5B/E ฝูงบิน ๗๐๑ กองบิน ๗ ในปี พ.ศ.๒๕๔๖ โดยวางแผนในการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์จำนวน ๑ ฝูงบิน (๑๒ เครื่อง) พร้อมระบบอาวุธ เครื่องมือ อุปกรณ์ การฝึกอบรม เอกสารเทคนิค การซ่อมบำรุง และอะไหล่ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นต่ำในการบรรจุเครื่องบินขับไล่ในฝูงบิน โดยในการพิจารณาคัดเลือกแบบเครื่องบินขับไล่เอนกประสงค์ กองทัพอากาศกำหนดความต้องการคุณลักษณะ และขีดความสามารถ รวมทั้งกรอบหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมในทุกด้าน สามารถสรุปความต้องการที่สำคัญ ๔ ประการ คือ

        ๑.  เป็นเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต มีขีดความสามารถทัดเทียม หรือไม่ด้อยกว่าเครื่องบินรบที่มีประจำการหรือกำลังจัดหาใหม่ในประเทศรอบบ้าน

        ๒.  มีความเหมาะสมตามสภาพภูมิยุทธศาสตร์ในภาคใต้ เพื่อการวางกำลังและปฏิบัติภารกิจป้องกันภัยทางอากาศ สนับสนุนและปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น ตลอดจนคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

        ๓.  เป็นพื้นฐานในการพัฒนากองทัพอากาศในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาด้านบุคลากรให้เท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันและอนาคต ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีของอากาศยาน ได้รับการฝึกศึกษาเพื่อให้สามารถดูแลและบำรุงรักษาอากาศยานได้ บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง กองทัพอากาศจะต้องได้รับรหัสข้อมูลต้นแบบหรือ Source Code Data ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของอากาศยาน ระบบอาวุธ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม หรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้กองทัพอากาศสามารถพึ่งพาและพัฒนาได้ด้วยตนเองต่อไป

        ๔.  คำนึงถึงการพัฒนาระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control System; C2) ตลอดจนระบบควบคุม และแจ้งเตือน ซึ่งเป็นความต้องการหลักและจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติการทางอากาศ และการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพในการป้องกันประเทศ

        เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ส่งผลให้กองทัพอากาศไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ในขั้นต้น ประกอบกับข้อพิจารณาด้านอายุการใช้งานและความปลอดภัยในการบิน กองทัพอากาศจึงยืนยันที่จะดำเนินโครงการในปี พ.ศ.๒๕๕๑ และขออนุมัติดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ก/ข หรือ F-5 B/E จำนวนทั้งโครงการ ๑๒ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม และการปรับปรุงอาคารสถานที่ วงเงินรวม ๓๔,๔๐๐ ล้านบาท โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ให้กองทัพอากาศดำเนินการโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ก/ข (ระยะที่ ๑) จำนวน ๖ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม และการปรับปรุงอาคาร สถานที่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๑ - พ.ศ.๒๕๕๕ วงเงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท

         ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๑ ให้กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบ Gripen 39 C/D จำนวน ๖ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม การปรับปรุงอาคาร สถานที่ และการบริหารโครงการ รวมทั้งรับข้อเสนอพิเศษและความร่วมมือทวิภาคีจากราชอาณาจักรสวีเดน โดยได้ลงนามในข้อตกลงการจัดซื้อ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ปัจจุบันการดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนงาน และกำหนดส่งมอบเครื่องบิน Gripen 39 C/D ครบจำนวน ๖ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ได้ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 C/D เพิ่มเติมอีกจำนวน  ๖ เครื่อง ในโอกาสแรกที่กระทำได้อันเป็นไปตามยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม และยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ

 เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบ Gripen 39 C/D        

Thai_Gripen_Saab-Peter_Liander_1353LR

           เครื่องบิน Gripen 39 C/D เป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ยุคที่ ๔.๕ (4.5th Generation Fighter) มีความอ่อนตัวและคล่องตัว สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบในลักษณะ Multi-Role เมื่อประกอบเข้ากับระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control System : C2) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการจัดหาฯ ในครั้งนี้ กองทัพอากาศสามารถทวีขีดความสามารถจากระบบทั้งหมดที่ได้รับ (System of Systems) ในลักษณะการทวีกำลัง (Force Multiplier) กล่าวคือ มีกำลังน้อยเหมือนมีกำลังมาก

        นอกจากนี้ เครื่องบิน Gripen 39 C/D เป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่สามารถใช้ระบบอาวุธได้หลากหลายรูปแบบทั้งระบบอาวุธที่ผลิตจากประเทศสหรัฐ ฯ และระบบอาวุธที่ผลิตจากประเทศในสหภาพยุโรป สำหรับเครื่องบิน Gripen 39 C/D ของกองทัพอากาศ วางแผนที่จะใช้ระบบอาวุธที่มีประจำการอยู่ในปัจจุบันเป็นหลัก เช่น AIM-120 AMRAAM, AIM-9M Sidewinder, Precision Bomb (GBU-10/12) และ AGM-65 Maverick ในส่วนของระบบอาวุธชนิดพิเศษที่จำเป็นต้องจัดหาเพิ่มเติม กองทัพอากาศได้วางแผนในการจัดหาเพิ่มเติมในแผนพัฒนาขีดความสามารถกำลังรบแล้ว สำหรับจรวดโจมตีเรือผิวน้ำ RBS-15 กองทัพอากาศจะได้รับในการจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 C/D ระยะที่ ๒ นอกเหนือจากระบบอาวุธที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เครื่องบิน Gripen 39 C/D ยังสามารถที่จะติดตั้งใช้งานระบบอาวุธอากาศ-อากาศสมัยใหม่ทั้ง IRIS-T และ Meteor ซึ่งมีขีดความสามารถสูงกว่าระบบอาวุธที่กองทัพอากาศมีใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ กองทัพอากาศอยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดหาระบบอาวุธ IRIS-T

        จากเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ กองทัพอากาศวางแผนที่จะบรรจุเครื่องบิน Gripen 39 C/D จำนวน  ๑๒ เครื่อง ณ ฝูงบิน ๗๐๑ กองบิน ๗ โดยมีภารกิจหลัก ประกอบด้วย การป้องกันทางอากาศ การสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น และการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งนี้กองทัพอากาศมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างและพัฒนาให้เครื่องบิน Gripen 39 C/D ที่จะบรรจุเข้าประจำการ มีระบบอาวุธและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ อันเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศ

การจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 ระยะที่ ๒ ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ก/ข (F-5B/E)

pic99

        ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ กองทัพอากาศได้เสนอความต้องการจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 C/D (ระยะที่ ๒) จำนวน ๖ เครื่อง ให้ครบ ๑ ฝูงบิน จำนวน ๑๒ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรมการปรับปรุงอาคาร สถานที่ เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการปฏิบัติภารกิจทางด้านยุทธการ การฝึกและการส่งกำลังบำรุง แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามแผนงาน   ที่วางไว้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาเครื่องบินดังกล่าวในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ ในวงเงิน ๑๖,๒๖๖ ล้านบาท      ใช้ระยะเวลา ๕ ปี ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๔ - พ.ศ.๒๕๕๘ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

         ส่วนที่ ๑  เป็นการจัดซื้อเครื่องบิน Gripen 39 C/D จำนวน ๖ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม และการปรับปรุงอาคาร สถานที่

         ส่วนที่ ๒   เป็นการรับข้อเสนอพิเศษ ได้แก่

                      -  เครื่องบิน Saab 340 AEW ติดตั้งระบบแจ้งเตือนในอากาศ Erieye จำนวน ๑ เครื่อง และอาวุธนำวิถีอากาศสู่พื้น RBS 15 จำนวน ๑๒ นัด

                      -  ได้รับการตอบแทนในลักษณะความร่วมมือทวิภาคี อาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีในสาขาต่าง ๆ จำนวน ๒๐ Man-Years, ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท จำนวน ๑๘ ทุน และความร่วมมือด้านอื่น ๆ (วิชาการ การลงทุน การผลิตสินค้าและการบริการ)

          เครื่องบิน Gripen 39 C/D ดังกล่าวจะเข้าประจำการในตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖ (ช้ากว่ากำหนดเดิม ๒๔ เดือน) และหากไม่สามารถดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้จะเกิดผลกระทบต่อความเสี่ยงในการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ และการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ เนื่องจากเครื่องบิน Gripen 39 C/D จำนวน ๖ เครื่องในโครงการ (ระยะที่ ๑) ยังมีจำนวนที่ไม่เพียงพอ    ต่อการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว (กรณีต้องใช้เครื่องบิน F-5 B/E ฝูงบิน ๗๐๑ กองบิน ๗ ซึ่งมีกำหนดปลดประจำการใน พ.ศ.๒๕๕๔   ปฏิบัติหน้าที่แทน จนกว่าจะจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 C/D ครบ ๑ ฝูงบิน จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการบิน ตลอดจนมีขีดความสามารถจำกัด ไม่สามารถรองรับกับภัยคุกคามสมัยใหม่ได้) นอกจากนั้น หากดำเนินการจัดหาล่าช้า ราคาจะสูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถจัดหาได้ตามกรอบวงเงินของโครงการและส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการด้านการส่งกำลังและซ่อมบำรุงของกองทัพอากาศโดยรวม

          ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อ ๒๖ ม.ค.๕๓ เห็นชอบในหลักการ ให้กองทัพอากาศดำเนินการจัดซื้อเครื่องบิน Gripen 39 C/D จำนวน ๖ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การส่งกำลังบำรุง การฝึกอบรม การปรับปรุงอาคารสถานที่ และการบริหารโครงการ รวมทั้งการรับข้อเสนอพิเศษและความร่วมมือระดับทวิภาคี ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ก/ข (ระยะที่ ๒) ในกรอบวงเงิน ๑๖,๒๖๖ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณระยะเวลา ๕ ปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ - พ.ศ.๒๕๕๘ โดยใช้งบประมาณภายในกรอบที่กองทัพอากาศได้รับการจัดสรร

ประโยชน์ที่ได้รับ 

ระดับกองทัพอากาศ

          - ตอบสนองต่อภารกิจของกองทัพอากาศ ในการเตรียมกำลังและใช้กำลังทางอากาศ สำหรับการปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศในภาพรวม และการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางภาคใต้ อ่าวไทย และทะเลอันดามัน

          -  ได้รับขีดความสามารถการป้องกันทางอากาศแบบบูรณาการ หรือ Gripen Integrated  Air Defense System ซึ่งเป็นระบบที่มีความทันสมัย สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Gripen Integrated Air Defense System

          การดำเนินโครงการฯ ในภาพรวม กองทัพอากาศจะได้รับมอบยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถที่สำคัญ ดังนี้

          ๑. เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ Gripen 39 C/D ซึ่งมีความทันสมัย สามารถใช้งานระบบอาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำ พิสัยยิงไกล มีระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างเครื่องบินในหมู่บิน และระหว่างเครื่องบินกับหน่วยบัญชาการและควบคุม

          ๒. เครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศ Saab 340 AEW ซึ่งสามารถตรวจจับเป้าหมาย และการเคลื่อนไหวของกำลังฝ่ายข้าศึกทั้งในอากาศและบนพื้นได้ในระยะไกล รวมทั้งส่งข้อมูลการตรวจจับเป้าหมายให้กับหน่วยบัญชาการและควบคุม

          ๓. ระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control : C2) ที่มีความทันสมัย สามารถรับข้อมูลการตรวจจับเป้าหมายและความเคลื่อนไหวของกำลังฝ่ายข้าศึกทั้งจากเครื่องบิน Saab 340 AEW และระบบเรดาร์ภาคพื้นของกองทัพอากาศ เพื่อใช้ในการประมวลผลและสร้างภาพสถานการณ์การรบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนสามารถควบคุมและสั่งการ การปฏิบัติภารกิจของเครื่องบิน Gripen 39 C/D
ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี

         ๔. ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างเครื่องบิน Gripen 39 C/D ในหมู่บิน (Tactical Information Data Link System : TIDLS) และระหว่างเครื่องบิน Gripen 39 C/D กับหน่วยบัญชาการและควบคุม (Ground-to-Air Data Link System : GADLS)

         ๕. ขีดความสามารถในการใช้ระบบอาวุธสมัยใหม่ ที่มีความแม่นยำสูง พิสัยยิงไกล ตลอดจนได้รับอาวุธนำวิถีอากาศสู่พื้น RBS 15 เพื่อใช้ในการโจมตีเรือผิวน้ำ ซึ่งเป็นขีดความสามารถใหม่ ที่ยังไม่เคยมีใช้งานในกองทัพอากาศ ยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถที่สำคัญเหล่านี้ รวมเรียกว่า Gripen Integrated Air Defense System ซึ่งจะเสริมขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันประเทศ การรักษาเอกราชอธิปไตย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ อ่าวไทย และทะเลอันดามัน นอกจากนี้ กองทัพอากาศจะสามารถต่อยอด และพัฒนาขีดความสามารถเหล่านี้ ให้ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการรอบประเทศ ผ่านการดำเนินโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

             - ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีของกำลังทางอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการฝึกศึกษา ในการสร้างทักษะและความชำนาญในการบำรุงรักษาระบบกำลังทางอากาศ ส่งผลถึงความพร้อมปฏิบัติการที่สูงขึ้น โดยอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง สามารถพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของกำลังทางอากาศ ระบบอาวุธ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม หรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้กองทัพอากาศสามารถพึ่งพาและพัฒนาได้ด้วยตนเองต่อไป

           - เป็นพลังผลักดันให้กองทัพอากาศสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางการพัฒนาทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในด้านขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ใช้ระบบเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations : NCO) เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสาร การหยั่งรู้เท่าทันสถานการณ์ เกิดผลทวีความสามารถการบัญชาการและควบคุม ลดจุดอ่อนระบบป้องกันทางอากาศ ขยายขีดความสามารถการตรวจจับเป้าหมายและการเคลื่อนไหวทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม สามารถติดต่อสื่อสาร ส่งผ่านเชื่อมต่อ และถ่ายทอดข้อมูล เร่งวงรอบของกระบวนการตัดสินใจ ในระบบบัญชาการและควบคุม ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ทันเวลา นำไปสู่การทวีอำนาจกำลังรบ

ระดับกองทัพไทย

             นำขีดความสามารถของกำลังทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพ (Joint Operations) ในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ระดับประเทศ    

              - ได้รับการตอบแทนในลักษณะความร่วมมือทวิภาคี ประกอบด้วย การถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศและกองทัพไทย ในสาขาต่างๆ ที่ฝ่ายไทยต้องการ รวมทั้งทุนการศึกษา ในระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชั้นนำของราชอาณาจักรสวีเดน และความร่วมมือด้านวิชาการ การลงทุน การผลิตสินค้า และการบริการ อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรในระดับประเทศ

              - ประเทศไทยจะมีพลังอำนาจเพิ่มขึ้นในด้านการปกป้องเอกราช อธิปไตย และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ อีกทั้งสามารถสนับสนุนกลไกการสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองของประเทศในภาพรวม

             - เป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้เทคโนโลยีด้านการบินและอากาศยานที่ทันสมัย อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากิจการการบินและอากาศยาน เพื่อการป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมการบินโดยรวมของประเทศ

Thai_Saab_340AEW_Saab-Peter_Liander_840LRThai_Gripen_Saab-Peter_Liander_1357LR

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2010 เวลา 15:12 น.